เดินเที่ยวงาน Bangkok Design week 2025

admin | 04.Mar.2025 | ไทย

เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แอดได้มีโอกาสไปเดินเล่นเที่ยวเทศกาลงานออกแบบกรุงเทพฯ หรือที่รู้จักกันว่า Bangkok Design week นั่นเอง ครั้งนี้งานจัดในคอนเซปต์ ‘Design Up+Rising: ออกแบบพร้อมบวก+’ จะมีทั้งหมด 350 โปรแกรม ณ 7 ย่านหลักทั่วกรุงเทพฯ ซึ่งงานจะแบ่งออกเป็น 2 ช่วง คือ
ช่วงที่ 1: วันที่ 8-16 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ย่านเจริญกรุง-ตลาดน้อย, เยาวราช-ทรงวาด, ปากคลองตลาด ฯลฯ
ช่วงที่ 2: วันที่ 15-23 กุมภาพันธ์ 2568 ที่ย่านพระนคร, บางลำพู-ข้าวสาร และพื้นที่อื่นๆ

จุดที่ 1 : เจริญกรุง

เรานั่งมอเตอร์ไซค์มาลงที่ The Corner House หลายคนอาจไม่คุ้นชื่อ แต่มันคือตึกชัยพัฒนสินนั่นแหละ ตึกอิฐสีส้มสุดคลาสสิกที่ตั้งโดดเด่นอยู่หัวมุมซอยเจริญกรุง 35 พอเข้าไปก็เหมือนจะเป็น Community Space ที่มีทั้งร้านอาหาร คาเฟ่และมีหลายชั้นด้วย

จุดแรกที่แอดไปดูก็คือ I’M HOME “เพราะเราคือบ้านของใจเราเป็นงานจัดแสดงของศิลปินเตยยี่ร่วมกับแบรนด์เฟอร์นิเจอร์
มีคอนเซปต์ที่จะให้ผู้ร่วมงานรู้สึกสบายใจที่ได้เป็นตัวเอง สำหรับแอดคิดว่า เอกลักษณ์ของศิลปินคนนี้ก็คือ การเขียนข้อความสั้นๆที่อ่านแล้วทำให้คนอ่านรู้สึกได้ฉุกคิดถึงอะไรบางอย่างที่อาจจะเคยพบเจอในชีวิตมาแต่เราไม่ทันได้ย้อนคิด พอมาเห็นอีกทีก็รู้สึกได้ว่าบางอย่างที่เค้าเขียนก็เป็นความจริงที่เราหลงลืมไป เป็นข้อความดีๆที่อ่านแล้วรู้สึกมีอารมณ์ร่วมและรู้สึกสบายใจ

ต่อมาก็ไปดูงานที่ชื่อว่า ชิ้น[ต่อ]ชิ้น ซึ่งเป็นการประกอบชิ้นส่วนต่างๆขึ้นมาให้เป็นรูปเป็นร่าง ที่จริงผู้จัดได้เปิดให้เข้ามาทำกิจกรรมเป็นรอบตามช่วงเวลาที่กำหนด แต่แอดไปไม่ทันเลยอด

ในงานยังมีเวิร์คชอปที่ให้ทำพวงกุญแจได้เองด้วย วัสดุเป็นคอนกรีต แอดก็ได้ลองทำดูเหมือนกัน เป็นประสบการณ์ที่แปลกใหม่ดี หวังว่าจะออกมาน่ารักนะ

แล้วก็แวะลงไปดูคาเฟ่ที่อยู่ชั้นล่างสักหน่อย คาเฟ่ชื่อ Such a small world เป็นคาเฟ่ Co-Playing Cafe แห่งแรกที่มีกิจกรรมพักผ่อนหย่อนใจเยอะมาก ไม่ว่าจะเป็นเล่นบอร์ดเกมต่างๆ นินเทนโด เพลย์สเตชั่น โซนแผ่นเสียง ถ้าหิวก็สั่งอาหารหรือเครื่องดื่มที่บาร์ได้เลย

วันที่ไปมีโปรแกรมฉายหนังเรื่อง Eternal Sunshine of the Spotless Mind อยู่พอดี มานั่งตากแอร์ดูหนังได้ฟินๆเลย

จุดที่ 2 : ตลาดน้อย 

ออกมาจากตึก มุ่งหน้าไปยังตลาดน้อย

Vanich House เป็นร้านที่เกิดจากการปรับปรุงใต้ถุนบ้านเก่าอายุร่วม 100 ปีของครอบครัว ทำหน้าที่เป็นทั้งห้องรับแขก จัดกิจกรรมต่างๆ และมีคาเฟ่ที่เสิร์ฟเครื่องดื่มทำเอง ครั้งนี้ร่วมมือกับ Weekend Garden Bkk กลุ่มนักออกแบบผู้สร้างพื้นที่สีเขียวจนได้ออกมาเป็นสวนเขียวขจีขนาดย่อมในร่ม มุมถ่ายรูปหลายมุมที่เห็นแล้วรู้สึกสดชื่น และยังมีร้านค้าขายของกระจุกกระจิกสไตล์รักษ์โลกให้ได้เลือกชม

ใกล้ๆกับ Vanich House ยังมี “บ้านตันเวชกุล” ที่จัดนิทรรศการให้มาเดินชมได้เหมือนกัน

เป็นธีมเกี่ยวกับ “ความหวัง” ในการออกแบบ ความเชื่อในศักยภาพของการออกแบบที่จะสร้างการเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ปรับปรุงชีวิต และส่งเสริมความรู้สึกที่ดีเกี่ยวกับอนาคต

บางบริเวณในบ้านหลังนี้ มีห้องๆนึงที่เป็นห้องมืด พอหยิบแผนที่ของงานเทศกาลฯขึ้นมาก็กลายเป็นสีเรืองแสง อ่านแผนที่ในที่มืดได้เลย มันเก๋ดีนะ

แอดไปช่วงใกล้ 6 โมงครึ่ง เป็นรอบเวลาที่จะมีการแสดงไฟพอดี มีคนยืนดูเยอะแยะเลยทั้งด้านล่างและด้านบน

ผลงานหน้าอาคาร แบบเห็นรายละเอียดงานชัดๆ

จุดสุดท้ายที่ไปคือ เหลียวแล ตลาดน้อย

ที่นี่ต้องจองเพื่อเข้างานเป็นรอบ แอดจองเป็นรอบดึก แต่พอไปถึงหน้างานแล้วเห็นคนยื่นต่อคิวกัน แอดเลยต่อคิวด้วยเผื่อได้เข้างานรอบที่เร็วกว่า ยืนรออยู่สัก 15-20 นาทีก็ได้เข้างาน

นิทรรศการชื่อว่า อัตภาพ: A Journey to Your Authentic Self

คำว่า “อัตภาพ” หมายถึง ภาวะแห่งตน แอดคิดว่างานนี้ชวนให้ได้หยุดพักสำรวจตัวเอง ทำความเข้าใจและรักตัวเองมากขึ้นผ่านงานศิลปะแบบ Immersive Experience ได้ดีเลยล่ะ

นิทรรศการนี้ได้ปรับแต่งเรือนไม้จีนโบราณสองชั้นให้กลายเป็นห้องแห่งการสำรวจจิตใจ โดยแต่ละห้องมีการออกแบบมาเพื่อพาผู้ชมสัมผัสและเชื่อมโยงกับอารมณ์ภายใน ระบบแสง สีและเสียงแนวใหม่ มี 4 โซนตามนี้

1. Release : ปลดปล่อยพันธนาการแห่งอดีต
2. Reflect : เผชิญหน้ากับเงาสะท้อนของตัวเอง
3. Reconnect : เชื่อมโยงกับตัวตนที่ถูกละเลย
4. Reset : เริ่มต้นใหม่ด้วยความสมดุลภายใน

จุดที่ 3 : ไปรษณีย์กลาง

พอเดินออกมาจากเหลียวแลตลาดน้อย แอดก็เดินกลับไปทางไปรษณีย์กลาง จากที่สอบถามเจ้าหน้าที่จัดงานตามจุดต่างๆและคนที่เดินผ่านไปมา เค้าบอกว่ามันเป็นเวทีหลัก ที่จะมีคอนเสิร์ตกับพวกร้านค้าขายของ ขายอาหาร

ระหว่างทางเจอน้อง Bumblebee ตัวใหญ่ยักษ์จากเรื่อง Transformer ด้วยล่ะ

ถึงจะเป็นการเดินเที่ยวงานนิทรรศการตอนกลางคืนครั้งแรกของแอด แต่บรรยากาศก็ไม่น่ากลัวเลย เพราะมีทั้งคนไทยและต่างชาติเดินเที่ยวงานตามจุดต่างๆกันค่อนข้างเยอะ ให้ความรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นนักสำรวจยังไงยังงั้น

 

ป้ายงานประชาสัมพันธ์น่ารักๆที่เห็นระหว่างทางแล้วอดที่จะถ่ายรูปไม่ได้

และเราก็เดินมาถึงไปรษณีย์กลางแล้ว อาคารไปรษณีย์ที่ปกติจะดูเรียบๆ แต่พอประดับไฟหลายๆสีบนตัวอาคารก็ดูมีสีสันสวยงาม จัดงานได้สมกับเป็นงานออกแบบจริงๆ แล้วยังมีร้านขายของกับร้านอาหารตั้งอยู่เยอะแยะด้วย

ตอนที่แอดไปถึงมีวงดนตรีเกาหลีกำลังแสดงอยู่ มีคนนั่งดูเต็มเลย เห็นมีคนนึงในวงที่พูดภาษาไทยยาวมากๆด้วย (แต่ดูโพยนะ) พวกเค้าน่าจะดีใจมากที่มีคนมาดูเยอะขนาดนี้

โดมทรงสวยแปลกตาที่เปลี่ยนสีได้จากแสนสิริ หนึ่งในแม่งานก็เปิดให้เข้าชมด้านในได้ด้วย

เป็นการเดินเที่ยวที่เหนื่อยแต่ก็สนุก ได้ดูงานศิลป์เพลินๆ แถมไปช่วงเย็นอากาศก็ไม่ร้อนมาก แต่ต้องวางแผนเรื่องสถานที่และเวลาสักหน่อยเพราะถ้าไปช้าบางที่อาจจะปิดก่อนได้ งานเทศกาลออกแบบมีจัดทุกปี ถ้าใครชอบเดินงานแบบนี้แอดแนะนำให้ชวนเพื่อนหรือคนรู้ใจไปเดินเที่ยวสักครั้ง รับรองรูปถ่ายดีๆเต็มเครื่องแน่นอน

ผู้เขียนบทความ

admin

บทความใกล้เคียง